ประวัติจักรยาน GIANT สุดยอดจักรยานสัญชาติไต้หวัน

ประวัติจักรยาน GIANT สุดยอดจักรยานสัญชาติไต้หวัน

เริ่มก่อตั้งในปี 1972 โดยผู้ก่อตั้ง King Liu (จบด้านวิศวรรมจากประเทศญี่ปุ่น) ผลิตจักรยานในระดับทั่วไป
ที่จะหน่ายกันอย่างแพร่หลายในประเทศใต้หวัน โดยมีเป้าหมายหลัก คือผลิตจักรยานที่ทรงคุณค่าด้วยราคาที่มีเหตุผล 
(คุณภาพใกล้เคียงกับผู้ผลิตหลักในตลาด แต่ราคาต่่ากว่า 10 – 20%)



ปี 1977 Giant ได้ร่วมธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของ USA ชื่อว่า บริษัท Schwinn โดยบริษัทจาก USA หาพันธมิตรธุรกิจจากเอเซีย
เพื่อผลิตและจ่าหน่ายสินค้าดีราคาถูก และ Schwinn ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบเกียร์ (ten-speed bikes) 
เพื่อให้ Giant เป็นฐานการผลิต (ของดี ราคาถูก และมีเทคโนโลยี)

ปี 1980 Giant เป็นผู้ส่งจักรยานเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณปีละ 1 แสนคัน (Supplier ต่างชาติจากประเทศค่าแรงต่่าตะวันออก รายใหญ่ที่สุด) 

ปี 1982 Giant เข้าสู่ตลาดสากลอย่างจริงจัง โดยเริ่มพัฒนาตัวถังจักรยานซึ่งท่าด้วยโลหะผสมโครโมลี่ 
เพื่อให้เกิดน้่าหนักเบาขึ้นจากที่ใช้โลหะไฮเทนซิล และเป็นตัวถังอะลูมินั่มอัลลอย (เริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีหลัก
ที่เป็นจุดส่าคัญของอุตสาหกรรมจักรยาน)

ปี 1986 Giant สามารถผลิตจักรยานได้มากกว่าปีละ 1 ล้านคัน ซึ่งยอดผลิต 80% ได้ถูกส่งให้ Schwinn 
ในขณะทื่ Schwinn เองมียอดขายใน USA มากกว่าปีละ 1.5 ล้านคัน และมีคนงานผลิต
มากกว่า 4 พันคน (เริ่มเดินเกมผิดพลาดจากนโยบายที่มีผู้ซื้อ 1 ราย มีส่วนแบ่ง 80%)

ปี 1987 Schwinn พยายามขอซื้อธุรกิจของ Giant ทั้งหมด แต่ Giant ไม่ขายให้ ดังนั้น Schwinn
จึงหันไปท่าธุรกิจกับบริษัทผลิตจักรยานในจีนแทนทั้งหมด ท่าให้ Giant เกิดปัญหาทางการเงิน
เพราะ Order 80% ที่ส่งให้ Schwinn หายไป ดังนั้น Giant ต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก โดยการหา
พันธมิตรธุรกิจใหม่จากประเทศยุโรป และท่าวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ตลาดใหม

ปี 1989 Giant สามารถเข้าสู่การผลิตจักรยานระดับสูงเป็นครั้งแรก ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานแรกและ
โรงงานเดียวที่สามารถผลิตคาร์บอนไฟเบอร์เองได้โดยสามารถควบคุมคุณภาพได้ทุกขั้นตอนของ
การผลิต (เป็นผู้ผลิตในระดับ Mass Production รายเดียวที่มีเทคโนโลยีหลักในเรื่องส่าคัญของ
อุตสาหกรรมจักรยาน)

ปี 1990 Schwinn มีปัญหาทางการเงินจนล้มละลาย ต้องท่าแผนฟื้นฟูธุรกิจ ในขณะที่ Giant กลายเป็นบริษัทผู้ผลิต
และจ่าหน่ายรถจักรยานอันดับหนึ่งของโลก โดยมียอดจ่าหน่ายมากกว่า 10,000 ล้านบาท

ปี 1993 Giant ได้ร่วมทุนวิจัยกับ บริษัท alcoa ประเทศ USA เพื่อท่าการพัฒนาอะลูมินั่มอัลลอย
ที่ใช้ในวงการอวกาศการบิน เพื่อผลิตตัวถังรถจักรยานเสือภูเขา (MTB) ให้มีความแข็งแรงมากแต่มีน้่าหนักน้อยกว่าปกติ
(พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเป็นที่หนึ่งในโลก)

ปี 1996 Giant ได้ตั้งโรงงานผลิตจักรยานประเภท city bike ในประเทศฮอลแลนด์และตั้งโรงงานในสหรัฐฯ 
เพื่อท่าการวิจัยและผลิตจักรยานประเภท BMX และในประเทศจีนเป็นฐานการผลิตแห่งที่ 4 (เริ่มต้นจากรับถ่ายทอดเทคโนโลยี
ในประเทศที่มีเทคโนโลยีเข้มข้น และขยายไปสู่การลดต้นทุนโดยย้ายฐานไปประเทศที่มีแรงงานถูก)

ปัจจุบัน Giant มียอดจ่าหน่ายมากกว่า 10 ล้านคัน มีมูลค่าขายมากกว่าปีละ 50,000 ล้านบาท โดยมีการจัดตั้งสาขาของตัวเอง
ใน 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีร้านขายปลีก มากกว่า 12,000 แห่ง (มุ่งเน้นในเรื่องตลาดและการกระจายสินค้า)

ในแต่ละผลิตภัณฑ์ของ Giant มีความหลากหลายมากกว่า 10 Model และมีราคาส่าหรับหลายกลุ่มเป้าหมาย 
ตั้งแต่ 15,000 บาท ถึง 3 แสนบาท (มีรูปแบบผลิตภัณฑ์และช่วงของราคาขายที่หลากหลายมาก เพื่อตอบสนองต่อลูกค้าให้มากที่สุด)



ปัจจัยความส่าเร็จของการด่าเนินธุรกิจ
 
ปี 1972 – 1975 เริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตและจ่าหน่วยสินค้าคุณภาพดี และราคาถูกกว่าท้องตลาด 15 – 20% 
แต่เป็นตลาดในประเทศเท่านั้น (เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในกระบวนการผลิต)

ปี 1976 – 1986 ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท USA ผลิตและส่งออกไป USA ประมาณปีละ 1 แสนคัน 
(ธุรกิจมีความเสี่ยงสูง เพราะยอดขายมากกว่า 80% เป็นลูกค้ารายเดียว)

ปี 1987 – 1990 ต้องปรับตัวและหาลูกค้าใหม่ (ยุโรป) โดยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ตลาด 
เพราะพันธมิตรธุรกิจเดิมในประเทศ USA มีปัญหา (พัฒนาตัวถังจักรยานซึ่งท่าด้วยโลหะผสมโครโมลี่เพื่อให้เกิดน้่าหนักเบา) 
ท่าให้กลายเป็นเบอร์ 1 ของโลกในเรื่องยอดจ่าหน่าย

ปี 1991 – ปัจจุบัน พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง และเริ่มผลิตในลักษณะที่ตอบสนองความต้องการลูกค้ามากขึ้น 
(ช่วงราคากว้างมาก และเพิ่มเติมการผลิตตามความต้องการลูกค้า ในแบบ Mass customization)

ที่มา: giant-bicycles.com

ผู้เข้าชม : 4,157 ครั้ง

ประกาศวันที่ : 11 กันยายน 2558